เว็บสำหรับสาวๆ ที่อยากดูดี ทั้งรูปร่าง บุคลิก ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทรงผม การแต่งหน้า การดูแลผิวให้เนียนสวยกว่าเดิม เป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเอง ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน จะต้องมีคนยืนมอง ชื่นชมในความงามของคุณ และมีนิยายเรื่องสั้นให้อ่านเพลินๆ ด้วย

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คู่รักนักซิ่ง นิยายเรื่องสั้น : ไอ้หมู


คู่รักนักซิ่ง


“เบรกอยู่ไหน คลัตช์ล่ะ”
                ฉันไม่ได้ไม่เคยขี่ไอ้เจ้าคันใหญ่นี้ ฉันเคยขึ้นมัน แต่นั่นฉันนั่งด้านหลังคนขับคอยเกาะไว้แน่น หน้าที่ฉันมีแค่เกาะเดย์ไว้ให้แน่นห้ามหล่นระหว่างทาง แต่ตอนนี้ฉันต้องบังคับมันเอง มันยากตรงที่...นี่คือ...ครั้งแรก แต่ใจฉันเกินร้อยความตื่นเต้นพุ่งปรี๊ดขึ้นทุกส่วนในร่างกาย อะดรีนาลินสูบฉีดไปทั่วร่าง
                “เบรกอยู่ใต้เท้าขวา” เดย์บอก เขาชี้มือไปตรงใต้เท้าขวาของฉัน
                “คลัตช์ใช้พร้อมกับเบรก?” ฉันถาม ไม่แน่ใจ
                “กำมันไว้หลวมๆเวลาแตะเบรก มือขวาค่อยๆคลายคันเร่ง” เขาอธิบาย
                “เอาล่ะ” ฉันมั่นใจ แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามั่นใจแค่ไหน “พร้อม!!!” ฉันส่งสัญญาณ ขาฉันแตะอยู่ที่พื้นแบบเขย่งๆมันแต่ไม่ถึงพื้นดีนัก ฉันรู้ว่าสตาร์ท เบรก คลัตช์ ใช้ยังไง มันน่าจะพอให้ฉันบังคับไอ้เจ้ายักษ์คันดำนี่ได้ ความสนุกกำลังจะเริ่ม ฉันจะท่องโลกบนถนนเล็กๆ ความสวยงามของทิวทัศน์ข้างทาง ด้วยตัวฉันเอง
                เดย์กำคลัตช์ไว้หลวมๆ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังขึ้น เขาสตาร์ทมัน เราทบทวนความรู้อีกรอบ
                “โอเค, เบรก คันเร่ง คลัตช์ เกียร์” ฉันพยักหน้า เสียงคำรามของเครื่องยนต์ยังดังอยู่ “อย่าลืม” เขาบีบมือฉันไว้แน่น เดินอ้อมมาอีกด้าน แตะที่เท้าขวาฉัน “เบรก จำไว้ว่าเบรกที่นี่ที่เดียว” เขาย้ำ
                ฉันไม่ลืมที่จะทบทวนความจำตัวเองอีกรอบ เบรก คลัตช์ เกียร์ คันเร่ง ฉันท่องมันไว้อย่างนั้น ฉันโชว์ทุกอย่างให้เขาดูว่าฉันพร้อมแค่ไหน
                “เกียร์”เขาถามอีกรอบ เสียงเครื่องยนต์พร้อมที่จะให้ออกสตาร์ท ได้เวลาละ
                ฉันกระดิกขาซ้ายโชว์เขา “โอเคไหม”
                “คุณพร้อมขี่มันแล้ว” ท่าทางเขามั่นใจในตัวลูกศิษย์อย่างฉันมาก
                “โอเค” ฉันพยักหน้า เสียงมั่นใจของฉันมันช่างขัดกับความปั่นป่วนในท้องไส้ฉันสิ้นดี ฉันไม่กลัวซะหน่อย แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า นี่เป็นการขี่มอเตอร์ไซด์ ในรอบ 20ปีหลังจากที่ฉันเคยหัดเมื่อตอนเรียนชั้นมัธยม การไถลลื่นลงจากเนินสูงเมื่อฉันพยายามบังคับมันขึ้นไปให้ถึงจุดหมาย หัวฉันฟาดลงกับพื้น ฉันจำไม่ได้ว่าฉันหมุนตัวกี่ตลบ รู้สึกตัวอีกทีเลือดไหลอาบเต็มไหล่ เสื้อฉันฉีกขาดเป็นผ้าขี้ริ้ว ฉันจำได้ว่าหลังจากนั้นฉันไม่เคยคิดที่จะขี่มันอีกเลย
                ฉันพูดได้แค่คำว่า โอเค ฉันกำลังรวบรวมสมาธิ เลยคิดคำพูดได้แค่นั้น เรื่องราวความเฟี้ยวของฉันในสมัยเด็กน่ากลัว น่าตื่นเต้นกว่านี้ตั้งเยอะ ทำไมฉันต้องกลัวตอนนี้ด้วย ความกลัวมันเกิดขึ้นเพราะเรารู้สึกเอง มันดูไร้สาระ ฉันควรจะเผชิญหน้ากับความหฤหรรษ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
                วิวต้นไม้ใหญ่ขนาบสองข้างทางสวยงามร่มรื่น มันได้เวลาแล้วที่ฉันจะขับผ่านธรรมชาติความสวยงามเหล่านั้น
                “กำคลัตช์ไว้อย่าพึ่งปล่อยนะ คุณพร้อมแล้ว นีน่า คุณพร้อมแล้วที่จะบังคับมัน” เขาให้กำลังใจฉัน ใจชื้นขึ้นมาหน่อย แต่ท่าทางเก้ๆกังๆของฉันมันกำลังป่วนฉันอยู่
                “แตะเกียร์หนึ่ง” เขาบอก
                “ฉันยังไม่กล้าขยับ ถ้าฉันขยับ มีหวังได้ล้มแน่”
                “ไม่ล้มหรอก แตะเกียร์หนึ่ง ค่อยๆปล่อยคลัตช์” เขายังแสดงความมั่นใจในตัวฉัน
                ฉันทำตามโดยดี สูดหายใจเข้าลึกๆ มองตรงไปเป้าหมายข้างหน้า เวลานี้คงไม่มีอะไรจะหยุดฉันได้เลย คลัตช์ค่อยๆปล่อย แต่ทำไม ไอ้เจ้ายักษ์นี่มันฉุดร่างฉันพุ่งกระโจนไปข้างหน้าพร้อมกับมันอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ฉันท่องจำไว้มันหายวับไปในทันที แค่ฉันบังคับไม่ให้มันเซอย่างทุลักทุเลเหมือนที่กำลังเป็นอยู่ก็ยากแล้ว
                “กำคลัตช์ไว้ แล้วเหยียบเบรก” เดย์ตะโกนตามหลังทันทีที่ฉันพุ่งออกไป
                “โอ้ย!!!” คันยักษ์เสียงกระหึ่มล้มทับฉันทันที “ฉันบังคับมันไม่ได้”
                มือหนาใหญ่ของเดย์งัดมันขึ้นจากร่างฉันทันทีที่เขาวิ่งมาถึง ฉันยังยิ้มได้ รอยแผลนิดหน่อยไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บมากนัก แต่ ความตกใจมีมากกว่า
                “เป็นไรหรือเปล่า” เขาประคองฉันขึ้น ถามทันที
                “ไม่เป็นไร แต่ตกใจนิดหน่อย”
                “ยังอยากละลองอีกไหม” เขาถาม เขาหัวเราะเล็กน้อย “ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว จะได้เข็ด”
                “อยากอยู่ ขอลองใหม่อีกรอบได้ไหม ฉันอยากขับมันให้ได้ เวลาเราเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันฉันจะได้ช่วยคุณขับไง” ฉันยังอ้อนวอน กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจไม่ให้ฉันลองอีก
                “คราวหน้าแล้วกัน วันนี้คุณยังกลัวๆอยู่”
                “สัญญานะว่าจะหัดให้” เสียงเว้าวอน อารมณ์ความห้าวบางทีมันก็มีเป็นช่วงๆโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่นวันนี้แหละ
                ฉันมีความสุขทุกครั้งที่เราเดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกันโดยไอ้เจ้ายักษ์ดำคันโปรดของเขา บางครั้งฉันอยากทำอะไรให้เขาเซอร์ไพรส์ ฉันอยากขับมันให้เขานั่งซ้อนท้าย ให้เขาได้กอดฉันจากข้างหลัง ในขณะที่ฉันขับผ่านสองข้างทางที่ขนาบไปด้วยวิวเขาอันงดงาม ให้เขาได้ทำและมีความสุขเหมือนที่ฉันได้รับ
                ดูจากสถานการณ์แล้ว ฉันน่าจะเหมาะที่จะนั่งอยู่ข้างหลังมากกว่า
               
กล้องถ่ายรูป มอเตอร์ไซคันโปรด ความสุขอยู่กับเราไปทุกที่ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ในชีวิตประจำวันเราหรือเปล่า
                “ถ่ายมุมนี้ด้วยสิคะ จะเอาลงเฟสบุ๊คอวดเพื่อนซะหน่อย” ฉันบอกเขา
                “ยิ้มหน่อยนะครับ”
                ฉันฉีกยิ้มทำท่าที่คิดว่าน่ารักและแอ๊บแบ๊วสุดๆเท่าที่ฉันจะทำได้ ความสุขของการเดินทาง การถ่ายรูป มันเป็นกิจกรรมเอ๊าท์ดอร์ที่เราชอบทำกันเป็นประจำ
                “ตรงนี้วิวสวยนะคะ” ฉันชี้ไปที่วิวเทือกเขาทอดยาวอยู่ตรงหน้า
                “เก็บอีกสักภาพ” เขาพูดพร้อมยกขากล้องมาตั้งหามุมตรงนี้ ตั้งเวลาให้กล้องทำงานอัตโนมัติ
                “ยิ้มๆๆๆ” เราฉีกยิ้มกับแบบสุดๆเพื่อให้รูปนี้ออกมาดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
                “คุณไม่จำเป็นต้องขับมันหรอก” เขาพูดขึ้น
                “เราไปไหนด้วยกันผมจะพาคุณและมันไปกับผมด้วยทุกที่” เขายิ้ม เราเอียงคอซบกัน เขาเอื้อมมือมาโอบไหล่ฉัน ท้องฟ้าสดใส ทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างมีดอกไม้ป่าขึ้นแซมเป็นหย่อมๆหลากสีสันสวยงามชวนมอง
                บ่อยครั้งที่มีโอกาสเรามักจะเป็นคู่รักนักเดินทางเสมอกับพาหนะคู่ใจ ถึงมันจะเป็นกิจกรรมที่ดูน่าหวาดเสียวในการขี่มอเตอร์ไซค์ไปไหนไกลๆข้ามจังหวัดกันบ่อยๆ แต่มันลงตัวสำหรับคู่นักนักซิ่งอย่างเรายิ่งนัก

ผู้ชมรอบสนามพร้อมนานแล้ว บัตรเข้าชมขายหมดตั้งแต่เปิดให้จองกันวันแรก แฟนนักบิดทั้งหลายตั้งตารอคอยการแข่งขันที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
                “เดย์สู้ๆนะคะ” ฉันส่งข้อความไปให้กำลังใจเขาทุกครั้งที่ลงแข่ง เพื่อไม่ให้เป็นการทำลายสมาธิเขา ฉันได้แต่เฝ้ามองเขาผ่านการถ่ายทอดสดหน้าจอทีวีเท่านั้น ความหวังอันสุดสูงในการเป็นแชมป์ ทำให้เขาทุ่มเท และหวังจะเก็บรางวัลมาฝากฉันเสมอ
                “ครับ” เขาส่งกลับสั้นๆ
                ที่นั่งข้างฉันเป็นเด็กชายแววตามุ่งมั่นเขาน่าจะชอบการแข่งรถ ไม่แน่ เขาอาจจะได้ไปลงแข่งในสนามนี้เหมือนเดย์ในอนาคต เป็นครั้งแรกที่ฉันแอบมานั่งติดขอบสนาม เดย์ไม่รู้ ถ้ารู้ฉันอาจจะเป็นคนที่ทำลายสมาธิเขา ฉันแค่อยากให้กำลังใจเขาในระยะใกล้ๆ
                ภาพการแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้น รถทุกคันจอดเตรียมความพร้อม
                ชุดหนังสีดำเข้ารูป มีป้ายสปอนเซอร์หลากหลายติดตรงแขนและปกเสื้อ รูปร่างสมสัดส่วนของคนดูแลและออกกำลังกายเสมออย่างเดย์ทำให้เขาดูยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางสนาม ถุงมือหนังที่ฉันซื้อให้เขาเป็นของขวัญวันเกิดเขาจะสวมมันทุกครั้งเวลาลงแข่ง เขานั่งคร่อม มือกำแฮนด์รถทั้งสองไว้แน่น บิดคันเร่งเตรียมพร้อมออกสตาร์ท ทันทีที่เสียงนกหวีดดังขึ้น เดย์ออกตัวได้อย่างสวยงามทุกครั้ง เขาไม่เคยทำให้แฟนๆผิดหวัง เขาเก็บชัยนะได้แทบทุกครั้งที่ลงแข่ง
                “เดย์ สู้ๆ เดย์สู้ๆ” เสียงเชียร์จากขอบสนามดังทุกรอบที่เดย์ขับผ่าน
                ขอให้คุณปลอดภัย ขอให้ได้รางวัล
                ฉันแอบภาวนาอยู่ในใจ
                การแข่งขันที่ใช้ความเร็วมันดูจะไม่ปลอดภัยสักครั้งสำหรับเขา ฉันภาวนาให้การแข่งขันจบลงด้วยดี หากว่าเขาจะไม่ได้รางวัลอะไรติดไม้ติดมือกลับบ้าน แต่แค่ให้เขาปลอดภัยนั่นแหละคือสิ่งที่ฉันหวัง
                “ผมจะลงแข่งครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้าผมชนะผมจะเป็นแชมป์อันดับหนึ่งของเมืองไทย ผมหวังแค่นั้นแหละ แล้วเราก็จะเดินทางเที่ยวไปทุกที่โดยไอ้ยักษ์คู่ใจผม” เขาบอกฉันก่อนที่จะลงแข่งครั้งนี้
                “สัญญานะว่าจะไม่แข่งต่อแล้ว ฉันไม่อยากให้คุณเสี่ยง การขับรถแข่งมันไม่ปลอดภัย อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ” ฉันบอกเขาแสดงความเป็นห่วง อยากให้เขาเลิกแข่ง ในวันนี้เขาประสพความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจแล้ว ฉันแค่อยากให้เขาหยุด
                เขาผ่านหน้าฉันไปรอบแล้วรอบเล่า
                “เบรก เบรก เบรก” ฉันตะโกนบอกเขา ทันทีที่ฉันมองเห็นรถที่พุ่งทะยานด้วยความเร็วกำลังเสียหลัก ฉันตะโกนสุดเสียงแม้ว่าเขาจะไม่ยินเสียงฉันก็ตาม
                รถมอร์เตอร์ไซค์ส่ายไปส่ายมา  ก่อนที่มันจะเอียงและถลาไปเฉี่ยวกับรั้วกั้นรอบสนาม ก่อนที่จะลากเดย์ไปออกไปอีกหลายเมตร ร่างเขาเกี่ยวติดไปตามแรงบิดของมัน เร็วและแรง มันเกิดขึ้นภายในพริบตา ฉันเห็นร่างเขาจมอยู่ใต้มอร์เตอร์ไซค์ มันทับร่างเขาอยู่ หมวกกันน็อคยังคงสวมที่หัวเขามันยึดแน่น ฉันแน่ใจว่าเขาจะไม่เป็นอะไรถ้ามันไม่หลุดออกมา
                เสียงเงียบกริบทุกคนที่นั่งอยู่ขอบสนามลุกขึ้นยืนแต่ไม่มีเสียงพูด
                เดย์คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ คุณต้องไม่เป็นอะไร ลุกขึ้นมาสิ
            ฉันแทบอยากจะวิ่งเข้าไปในสนามแข่ง หากแต่มีเจ้าหน้าที่กั้นไว้ทุกจุด รั้วรอบสนามไม่ได้ให้แฟนนักบิดหลุดเข้าไปได้ง่ายนัก
                ร่างของเขายังคงไร้สติ เขายังนอนอยู่อย่างนั้น ไม่กี่วินาทีเจ้าหน้าก็วิ่งไปถึง ภาพสุดท้ายที่ฉันมองเห็นได้จากระยะที่ฉันยืนอยู่ เจ้าหน้าที่สามคนช่วยกันยกไอ้คันใหญ่หนักนั้นออกจากร่างเขา เจ้าหน้าที่อีกคนพยายามดึงเขาออกมาจากจุดนั้น ควันสีเทาดำพุ่งหนาแน่น มันคงเป็นการเผาไหม้ของน้ำมันและเครื่องยนต์
                ทันใดนั้น
                บู้ม บู้ม บู้ม
                เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วบริเวณนั้น ผู้ชมรอบสนามส่งเสียงร้องตกใจกันจ้าระหวั่น เสียงระเบิดดังออกมาจากเครื่องยนต์ ไฟกำลังลุกไหม้
                เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง
                บู้ม
                กลุ่มควันสีเทาก้อนใหญ่พวยพุ่งกลบมิดบริเวณนั้น
               
มือซ้ายกำคลัตช์ ขาขวาแตะเบรก ขาซ้ายสำหรับเกียร์ มือขวาคันเร่ง
                ไอ้ยักษ์คันดำมุ่งหน้าขึ้นเหนือ จุดชมวิวสวยงามบนยอดเขา แขนล่ำที่เคยแข็งแรงตอนนี้มีผ้าพันแผลพันอยู่รอบข้อศอก มือขวาใหญ่หนาที่เคยบังคับคันเร่งมีผ้าพันแผลพันไว้รอบๆ

                สองมือนั้นโอบกอดฉันมาจากด้านหลัง
                “หวังว่าคงไม่ซ้ำแผลเก่าผมนะ” เขาพูดติดตลก
                “เชื่อมือเถอะน่า ลูกศิษย์คนนี้เชื่อใจได้” ฉันหลอกเขาให้มั่นใจ
                ฉันไม่แน่ใจนักว่าฉันพาเขาขับไอ้หยักดำมาถึงที่นี่ได้อย่างไร ในวันที่เขาไม่สามารถขับมันได้ แต่ใจมันเรียกร้องให้เดินทาง คู่รักอย่างฉัน จำเป็นต้องทำให้ได้ เพื่อเขา
                “ผมต้องลงแข่งอีกครั้ง ในวันที่ผมหายดี”
                “คุณต้องหายดีค่ะ”
                “ถ้าผมทำสำเร็จผมจะหยุด” เขายิ้ม หน้าตาเขามุ่งมั่น แม้จะมีผ้าพันแผลพันอยู่รอบตัวหลายจุดก็ตาม
                ฉันภุมมือเขาไว้ บีบมันเล็กน้อยเพื่อเป็นกำลังใจ ฉันเชื่อว่าเขาทำได้
                “ฉันเชื่อว่าคุณทำได้” ฉันยิ้มให้เขา ฉันเชื่อมั่นในความมุ่งมั่นของเขา
                เรากอดกันไว้อย่างนั้น เขาปลอดภัย คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับฉัน
                “วันนี้ไอ้ยักษ์ดำไม่งอแงเน๊าะคุณทำได้”
                “ใช่ ฉันต้องทำได้ เพื่อคุณค่ะ ฉันอยากพาคุณมาสูดอากาศบริสุทธิ์”
                ความสวยงามรอบตัวเป็นสิ่งที่คู่รักอย่างเราออกมาสัมผัสมันเสมอ วิวทิวทัศน์ที่สวยงามรอบๆตัวทำให้เขาดูผ่อนคลายอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนั้น
                เรานั่งมองพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ฉันเอียงไหล่ซบเขาไว้อย่างนั้น ถึงแม้บาดแผลจะยังคงไม่หายและมีอยู่รอบตัว แต่ในเมื่อเขารักในสิ่งที่ทำ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะไปหยุดเขา ฉันรักในความเป็นเขา แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอให้เราเดินบนเส้นทางของคู่รักนักซิ่งได้ตลอดไป.
The End.





Klik untuk melihat kode: :) =( :s :D :-D ^:D ^o^ 7:( :Q :p T_T @@, :-a :W *fck* x@

สวัสดีดี คุณผู้อ่านทุกๆ ท่าน หวังว่าบทความของเราจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านเป็นอย่างยิ่ง :O
TOP